แรงบันดาลใจ แปลง ฝัน เป็น พลัง เปลี่ยนสังคม กับ Zoom Lab

บรรยากาศงาน Zoom Lab แปลง ฝัน เป็น พลัง เปลี่ยนสังคม ในวันที่ 30 มีนาคม ที่ Ma:D Club for Better Society กับวิทยากรเจ๋งๆทั้ง 3 ท่านจากธุรกิจเพื่อสังคม ได้ชวนเพื่อนๆมาร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องราว ที่มาของการแก้ไขปัญหาสังคมในวิธีการของตัวเอง พร้อมแลกเปลี่ยนไอเดียการแก้ไขปัญหาสังคมกับทั้ง 3 แขกรับเชิญ

Zoom Lab-Poster-01

 

a-chieve อาชีพที่ใช่ ชีวิตที่ชอบ

นรินทร์ จิตต์ปราณีชัย หรือพี่วิน Co-Founder a-chieve ธุรกิจเพื่อสังคมที่ช่วยให้เด็กมัธยมไทยค้นพบ “อาชีพที่ใช่ ชีวิตที่ชอบ” กับที่มาของประเด็นการช่วยน้องๆวัยมัธยมตามหาฝันและอาชีพที่พวกเขารัก

ที่มาของ a-chieve พี่วินเล่าให้ฟังคร่าวๆว่าธุรกิจเพื่อสังคมนี้ก่อตั้งขึ้นโดยเพื่อนๆที่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน 3 คน หลังจากพยายามหาประเด็นมา 1 ปีเต็ม โดยได้ประเด็นปัญหามาจากน้องของ co-founder คนหนึ่งซึ่งเรียนอยู่ม.4 แต่น้องไม่รู้ว่าน้องชอบอะไร น้องอยากทำอาชีพอะไร เราเลยช่วยกันวิเคราะห์เกี่ยวกับประเด็นนี้แล้วก็พบว่า ปัญหาเรื่องการศึกษาของไทยนี้มันใหญ่มาก

และในเมื่อเราจะต้องแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน เราก็เลยเลือกใช้โมเดลธุรกิจเพื่อสังคมเพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเราพร้อมๆกับสร้างศักยภาพในการแก้ไขปัญหานี้ไปได้ในระยะยาว

 

a-chieve ก่อตั้งมาประมาณ 8 ปีแล้ว ช่วงแรกๆก็จะมีปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้างเพราะพวกเราทั้ง 3 คนไม่เคยทำงานประจำมาก่อน อุปสรรคนี้ทำให้เราทำงานได้ค่อนข้างน้อยกว่าที่ควรจะเป็นนอกจากนี้ยังไม่มีโครงสร้างองค์กรที่ชัดเจนและเราก็ไม่ได้มีคนเยอะทำให้ในช่วงแรกพวกเราทำงานเยอะมากแทบไม่มีวันหยุด

 

นรินทร์ จิตต์ปราณีชัย(วิน)

พี่วิน Co-Founder a-chieve

 

ตอนที่เราเรียนมัธยมเราไม่เคยรู้เลยว่าคณะนี้จบไปแล้วสามารถทำอาชีพอะไรได้บ้าง? เราจึงมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้น้องๆได้เข้ามาสัมผัสถึงอาชีพที่พวกเขาสนใจผ่านคนทำงานในด้านนั้นจริงๆ เรียกว่า Job Shadow Program นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแนะแนวที่เราจัดขึ้นเป็นพิเศษเจาะลึกมากกว่าที่เคยฟังเพราะเราจะเชิญพี่ต้นแบบในอาชีพนั้นๆมานั่งคุยกับน้องๆว่าอาชีพที่พวกเขาทำมันน่าสนใจและเป็นอย่างไรบ้างอีกด้วย อย่างไรก็ดี ก่อนเราจะมาถึงตรงนี้เราต้องมีฐานข้อมูลอาชีพก่อนว่าในไทยตอนนี้มีอาชีพอะไรบ้าง แต่เชื่อหรือไม่ว่าฐานข้อมูลเรื่องอาชีพนี้ไม่เคยมีอยู่เลย เราต้องค้นคว้าและทำฐานข้อมูลเองทั้งหมด ซึ่งเราทำเป็นข้อมูลอาชีพประมาณ 100 อาชีพ ในช่องทางออนไลน์เพื่อให้เด็กๆค้นหาข้อมูลได้สะดวก

 

สำหรับตอนนี้เรามีทั้งเพื่อนและมีทั้งโค้ชเก่งๆที่ช่วยแนะนำแนวทางการทำงานเพื่อสร้างให้ a-cheive ช่วยหาฝันให้เด็กๆได้เยอะขึ้น กว้างขึ้น

 

ปัจจุบันเราทำงานหลากหลายรูปแบบตั้งแต่งาน Workshop เล็กๆที่มีเด็กๆเข้าร่วมประมาณ 50 คนจนถึงงาน Festival Talk ชื่อว่า ฟัก ฝัน เฟส ที่มีผู้เข้าร่วมประมาณ 3,000 คน นอกจากนี้เรายังจะทำหลักสูตรแนะแนวความเชื่อมโยงของสิ่งที่เด็กๆเรียนกับอาชีพให้กับครูแนะแนวอีกด้วย (มีคุณครูจากโรงเรียนต่างจังหวัดสนใจเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรนี้ประมาณ 20 โรงเรียนแล้ว)

 

และเป้าหมายของ a-cheive ในปีนี้คือการนำเอาเครื่องมือที่เราเคยใช้ในช่องทางออฟไลน์ อัพโหลดขึ้นไปบนช่องทางออนไลน์เพื่อให้เด็กๆทั่วประเทศได้เข้าถึงเครื่องมือเหล่านี้

 

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ a-chieve

 

Refill Station ซื้อของได้ไม่ต้องง้อพลาสติก

 

เริ่มต้นจากความสนใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ชนินทร์ ศรีสุมะ หรือพี่น้ำมนต์ Co-founder Refill Station และเพื่อนๆอีก 3 คนจึงได้สร้างโปรเจค ปั๊มน้ำยา สู่ธุรกิจเพื่อสังคม ร้านค้าทางเลือกที่ให้พวกเรามาเลือกซื้อสินค้าได้ โดยไม่ง้อพลาสติก

 

ชนินทร์ ศรีสุมะ หรือพี่น้ำมนต์ Co-founder Refill Station และเพื่อนๆอีก 3 คนจึงได้สร้างโปรเจค ปั๊มน้ำยา สู่ธุรกิจเพื่อสังคม ร้านค้าทางเลือกที่ให้พวกเรามาเลือกซื้อสินค้าได้ โดยไม่ง้อพลาสติก

 

เราเชื่อว่าถ้าทุกๆคนเปลี่ยนไลฟ์สตล์การใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งในชีวิตประจำวันได้ก็น่าจะดีกว่าการที่เราต้องไปลงพื้นที่ทำสิ่งที่เราไม่ถนัด ทั้งนี้ก็พวกเรานี่แหละที่สร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมอยู่เพียงแต่บางทีเราอาจจะรู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง ซึ่งสิ่งที่ Refill Station ทำคือเราอยากเป็นร้านค้าทางเลือกให้คนสามารถ “เลือก” ใช้ชีวิตโดยที่สามารถลดขยะพลาสติกในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

 

ในร้าน Refill Station จะมีผลิตภัณท์ต่างๆที่ตามท้องตลาดทั่วไปขายโดยมีแพคเกจจิ้ง ซึ่งจริงๆแล้วแพคเกจจิ้งบางอย่างมีวงจรชีวิตที่สั้นมาก ยกตัวอย่างเช่น ขวดน้ำที่เราซื้อดื่ม ถ้าลองสังเกตดีๆแล้วขวดน้ำพลาสติกนั้นจะอยู่กับเราแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วมันก็จะหมดภาระหน้าที่และถูกทิ้งเป็นขยะ ยิ่งถ้าพวกเราหลายๆคนทำแบบนี้ทุกวันๆใน 1 ปีเราจะทิ้งขยะขวดพลาสติกมากกว่า 1,000 ขวดเลยนะ

 

ในร้านเราจะมีอาหารแห้ง มีสบู่ แชมพู มีน้ำยาล้างจานขาย โดยที่ทุกคนสามารถเอาวัสดุมาเติมเองได้ นอกจากนี้เรายังขายอุปกรณ์ที่สามารถเอามาใช้ซ้ำได้ซึ่งบางคนอาจจะมองว่ามันเป็นสิ่งลำบากแต่ว่าอยากจะยกคำพูดของ Co-founder อีกท่านขึ้นมาว่า

 

“พลาสติกเพิ่งถูกคิดค้นขึ้นมาใช้บนโลกนี้แค่ประมาณ 100 ปี แต่พลาสติกที่ถูกใช้เหล่านี้จะอยู่บนโลกนี้ไปอีก 300-400 ปี และสิ่งนี้คือสิ่งที่เราทิ้งไว้ให้กับคนรุ่นต่อไป เพราะแค่คำว่าสบาย แต่จริงๆแล้วคนรุ่นก่อนไม่มีพลาสติกใช้นะ จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ลำบากขนาดนั้น”

พี่น้ำมนต์

พี่น้ำมนต์ Co-founder Refill Station

 

Refill Station จึงอยากตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์รักษ์โลก มาลดขยะพลาสติกกัน และในปีนี้เราอยากจะขยายแนวคิดนี้เพื่อทำร้าน Refill Staion ในที่อื่นๆกระจายไปมากกว่านี้


แวะดูผลิตภัณท์ในร้านค้าทางเลือก Refill Station กัน

 

PLANT :D สังคมอาหารปลอดภัย

 

เพราะอาหารต้องรู้ที่มาและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ธนัน รัตนโชติ หรือพี่นก Founder & CEO จากธุรกิจเพื่อสังคม PLANT:D “สวนผักอินทรีย์” ที่สร้างอาชีพให้ผู้สูงอายุด้วยการพัฒนาอุปกรณ์และการบริการที่เหมาะสม และสนับสนุนการทำเกษตรในเมืองแบบสวนแนวตั้ง จะมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจของ สังคมอาหารปลอดภัย

 

PLANT :D เกิดจากการรวมตัวของเพื่อนๆทั้ง 6 คนที่มีเป้าหมายและความสนใจที่เหมือนกันนั่นก็คือ อยากให้สังคมไทยได้กินอาหารที่ปลอดภัยและรู้ที่มา เพราะมองเห็นว่าคนในเมืองที่มีทางเลือกในการจับจ่ายวัตถุดิบอาหารได้น้อยซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้ผ่านตลาดกรือกระบวนใดมาบ้างก็ไม่สามารถรู้ได้ PLANT :D จึงคิดค้นโมเดลหาวิธีการตรวจสอบที่มาของผักและผลไม้อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดค่าขนส่ง ลดรอยเท้าคาร์บอนได้อีกด้วย

 

นอกจากนี้ PLANT :D ยังเล็งเห็นถึงประเด็นสังคมผู้สูงวัย มีผู้สูงวัยหลายคนที่ต้องกลับบ้านมาอยู่เฉยๆไม่มีรายได้เหมือนเดิมจนตนเองรู้สึกไร้ค่าและอาจเป็นบ่อเกิดของโรคซึมเศร้าได้ จึงได้ทำโมเดลอาชีพเสริมให้กับผู้สูงอายุวัยเกษียณเหล่านี้เรียกว่าโมเดล คลัสเตอร์ ซึ่งเป็นโมดลที่ผู้ปลูกและผู้กินอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ผู้ปลูกสามารถส่งผักสดให้กับผู้กินได้อย่างรวดเร็ว ผักผลไม้สดใหม่ รวมทั้งมีต้นทุนในการขนส่งที่ลดลงด้วย

รูป ธนัน PLANT_D

พี่นก Founder & CEO จากธุรกิจเพื่อสังคม PLANT:D

 

การปลูกผักก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเพราะ PLANT :D นำวิธีการปลูกสวนผักแบบแนวตั้งซึ่งสามารถทำได้ภายในเขตที่พักอาศัย ผ่านคู่มือคำแนะนำการปลูกในแอพพลิเคชั่น ซึ่งเราสามารถเรียกสวนผักแนวตั้งนี้ในอีกชื่อเพิ่มความเก๋ไก๋นั่นก็คือ Micro Farm

 

ติดตาม สวนผักอินทรีย์ กับ PLANT :D

 

ทั้งนั้นทั้งนั้น พี่ๆทั้ง 3 ท่านก็ยังคงย้ำว่า ธุรกิจเพื่อสังคม ก็คือการทำธุรกิจ แต่เราทำธุรกิจนี้เพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเรา เพื่อทำให้ตัวเราไปขับเคลื่อนการแก้ปัญหาสังคมได้อย่างยั่งยืนอีกที เพราะฉะนั้นเรื่องรายได้ก็สำคัญไม่แพ้กัน

 

พอได้ลองทำความรู้จักกับพี่ๆจากธุรกิจเพื่อสังคมที่มาพูดคุยสร้างแรงบันดาลใจในวันนี้แล้ว Zoom Lab ยังเปิดรับไอเดียการเปลี่ยนแปลงสังคมเพื่อพัฒนาเป็นโครงการจริงจากเพื่อนๆและโอกาสที่จะได้รับทุนสนับสนุนกว่า 100,000 บาท สามารถติดต่อไปที่เพจ : Zoom Lab  หรือติดต่อ 081-633-1707 (พี่อิม) ได้เลยจ้า :)

 

—————————-

Zoom Lab เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ Social Innovation Driving Unit ของวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ

 

 

 

 

 

Comments

รับอีเมลข่าวสารจากมาดี

แบ่งปันเรื่องราวของคุณ